Slide toggle

Welcome to Elujai Thailand

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เคล็ดลับหน้าใสของสาวเกาหลี ที่ได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

จากห้องทดลองของบริษัท SAMSUNG แล้วว่า “เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติสามารถลดรอยสิว รอยฝ้า กระ จุดด่างดำ เพิ่มความกระจ่างใส ความชุ่มชื้น ความอ่อนโยน และช่วยแก้ปัญหารอยคล้ำใต้ดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ”

ด้วยส่วนผสมอันทรงคุณค่า ช่วยลดรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิว อัดแน่นไปด้วยสารสกัดธรรมชาติที่ดูแลผิว บำรุงลึกถึงชั้นใน ช่วยซ่อมแซมผิว ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข่าวสารและโปรโมชั่น

เปิดตัว BRAND AMBASSADOR

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา คุณวิชชุดา ชุ่มมณีกูล ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เซรั่มคุณภาพสูง Elujai Propolis Myrrh Ample จากประเทศเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย (Exclusive Distributor) ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิว ฝ้า ริ้วรอย และจุดด่างดำ บนใบหน้า

โดยมี คุณ ฮวาง ยูจีน (Hwang Youjin ) Miss Intercontinental Korea 2016 จากประเทศเกาหลี ให้เกียรติ มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย ในงานเปิดตัวสินค้าที่ศูนย์อาหาร The Gallery Food Court โรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา จังหวัดชลบุรี และห้างสรรพสินค้า ซี เค พลาซ่า จังหวัดระยอง โดยได้รับการต้อนรับจากผู้ที่มาร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ อย่างล้นหลามทำเอาเจ้าของแบรนด์ และตัวแทนจำหน่าย ยิ้มแก้มปริ ไปตามๆกัน

โปรโมชั่นรับลมหนาว ลดสูงสุด 25%

วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2561 นี้เท่านั้น

Elujai Propolis Myrrh Ample แบบยกกล่อง 10 ขวด จากปกติ 3,900 บาท ลดเหลือ 3,500 บาท

Elujai UV Sun Block จากปกติ 390 บาท ลดเหลือ 290 บาท

Elujai Snail Mucus Natural BB Cream จากปกติ 390 บาท ลดเหลือ 290 บาท

Elujai Essence Cover Cushion จากปกติ 850 บาท ลดเหลือ 650 บาท

วิธีดูแลตัวเองหลังตากแดด 5 เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแดดแบบได้ผลชะงัด !

วิธีดูแลตัวเองหลังตากแดด เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูผิวหน้าและผิวกายของสาว ๆ ให้กลับมาขาวใสไม่คล้ำเสียได้ ซึ่งจะต้องทำอย่างไรบ้าง ตามมาดูเคล็ดลับฟื้นฟูผิวกันเลยค่ะ

แสงแดดแผดเผารุนแรงอย่างบ้านเรา นอกจากจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นแล้ว ยังทำให้ผิวหมองคล้ำ และเกิดรอยไหม้ได้ง่ายอีกด้วยค่ะ ซึ่งบ่อยครั้งที่สาว ๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกิจวัตรประจำวัน หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานได้ เพราะฉะนั้นสาว ๆ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีดูแลตัวเองหลังตากแดด เพื่อฟื้นฟูผิวหน้าและผิวกายที่สูญเสียความชุ่มชื้นให้กลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง ซึ่งวิธีดูแลตัวเองหลังตากแดดที่ว่านี้จะมีเคล็ดลับอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ

วิธีดูแลตัวเองหลังตากแดด

1. ดื่มน้ำทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป

หลังจากโดนแดดแผดเผามาทั้งวัน ผิวหน้าและผิวกายของสาว ๆ จะถูกดึงความชุ่มชื่นออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ผิวถูกเผาไหม้ลงลึกไปถึงชั้นเซลล์ผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดรอยไหม้และมีอาการปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาได้ ทางที่ดีที่สุดหลังจากตากแดดมาทั้งวัน สาว ๆ ควรดื่มน้ำเปล่าหรือดื่มน้ำผลไม้สด อย่างน้ำมะพร้าว น้ำแตงโม น้ำมะนาว หรือน้ำส้มคั้นสด ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป

2. งดขัดผิวหลังตากแดด

ผิวกายของสาว ๆ เมื่อโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ อาจจะทำให้มีอาการปวดแสบปวดร้อน หรือมีรอยแดงที่ผิวหนังได้ ดังนั้นเวลาอาบน้ำสาว ๆ ควรถูผิวกายอย่างเบามือที่สุดด้วยฝ่ามือหรือฟองน้ำ และให้งดการขัดผิวในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกหลังจากตากแดด เพราะผิวโดนแสงแดดทำร้ายมาอย่างหนักแล้ว หากขัดผิวอีกจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมผิวอย่างรุนแรงมากขึ้น

วิธีดูแลตัวเองหลังตากแดด

3. บำรุงผิวหน้าหมองคล้ำจากแดด ด้วยว่านหางจระเข้และมอยส์เจอไรเซอร์

แน่นอนว่าใบหน้าของสาว ๆ คือส่วนแรกที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำทุกวัน จนอาจทำให้หมองคล้ำและเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย วิธีดูแลและซ่อมแซมผิวหน้าหลังตากแดดเป็นเวลานาน ๆ ให้กลับมาชุ่มชื้นเหมือนเดิม มีวิธีง่าย ๆ เพียงสาว ๆ นำเจลว่านหางจระเข้สด ๆ มาทาทิ้งไว้บนใบหน้าเป็นเวลาประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ความเย็นของเจลว่านหางจระเข้จะซึมลึกลงไปถึงชั้นผิวหนัง ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า และช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากการที่ผิวถูกแสงแดดเผาไหม้เป็นเวลานานได้ดีอีกด้วย และที่สำคัญอย่าลืมทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าอีกขั้นตอนด้วยนะคะ รับรองว่าวิธีนี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าของสาว ๆ กลับมาขาวใสได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วแน่นอน

4. บำรุงผิวคล้ำเสียจากแดดด้วยครีมบำรุงผิวหรือโยเกิร์ต

ผิวที่ตากแดดจนดำคล้ำ ต้องการการบำรุงมากเป็นพิเศษเพื่อให้ผิวกลับมาชุ่มชื่นได้เหมือนเดิม สาว ๆ สามารถบำรุงผิวหลังตากแดดได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงแค่ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามิน E และสารสกัดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นว่านหางจระเข้ แตงกวา และมะเขือเทศ หรือจะใช้วิธีนำโยเกิร์ตมาทาทิ้งไว้ที่บริเวณผิวที่โดนแดดประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก ก็จะช่วยบำรุงให้ผิวกายของสาว ๆ กลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัสได้อีกครั้งค่ะ

วิธีดูแลตัวเองหลังตากแดด

5. รักษารอยไหม้ที่ผิวกายด้วยว่านหางจระเข้

เมื่อผิวหนังโดนแสงแดดแรง ๆ เป็นเวลานาน สาว ๆ จะสังเกตได้ว่าผิวกายจะดำคล้ำลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด หรือบางทีอาจมีรอยไหม้ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน ซึ่งมีวิธีฟื้นฟูผิวง่าย ๆ ด้วยการนำเจลว่านหางจระเข้หรือโยเกิร์ตมาทาบริเวณผิวหนังที่ดำคล้ำหรือเป็นรอยไหม้ ก็จะช่วยทำให้ผิวผ่อนคลายและรู้สึกเย็นสดชื่นขึ้น เพราะเนื้อเจลจะซึมซาบสู่ชั้นผิวหนัง เข้าไปป้องกันการคายน้ำของผิว ช่วยรักษาผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น หรือสาว ๆ จะใช้วิธีนำนมไปแช่ในถาดน้ำแข็ง แล้วนำก้อนน้ำแข็งนมที่ได้มาถูผิวหนังบริเวณที่โดนแดดเป็นเวลานานก็ได้ค่ะ วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาชุ่มชื้นได้เช่นกัน

6. บำรุงริมฝีปากด้วยน้ำมันมะพร้าวและลิปบาล์ม

สาว ๆ ต้องไม่ลืมนะคะว่าริมฝีปากเมื่อถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ ก็เกิดการแห้งกร้านและดำคล้ำลงได้ง่ายเช่นเดียวกับผิวหน้าและผิวกาย ดังนั้นควรบำรุงริมฝีปากให้กลับมานุ่มชุ่มชื่นอีกครั้งด้วยการทาน้ำมันมะพร้าวหรือลิปบาล์ม และหากรู้ตัวว่าต้องเผชิญแสงแดดเป็นเวลานานในครั้งต่อไป สาว ๆ ควรทาลิปสติกที่มีกันแดดสูตร SPF ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ริมฝีปากแห้งและดำคล้ำจากการถูกแสงแดดทำร้ายได้ค่ะ

หวังว่าเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับวิธีดูแลตัวเองหลังตากแดดที่นำมาฝากกันในวันนี้ จะช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสียของสาว ๆ ให้กลับมามีสุขภาพผิวดีได้อีกครั้งนะคะ แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมที่จะทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกครั้งก่อนออกจากบ้านด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดมาทำร้ายผิวที่เรารักได้ง่าย ๆ นั่นเองค่ะ

ข้อมูลจาก : makeupandbeauty.com, korpi.gr, skincare.com

8 เคล็ดลับดูแลผิวแบบสาวเกาหลี เพื่อผิวสุขภาพดี สวยเด้ง ดูเนียนใส

เคล็ดลับดูแลผิว สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีผิวสวยสุขภาพดีแบบสาวเกาหลี ทำได้ไม่ยาก แค่ทำตามวิธีที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้…

ด้วยสภาพอากาศในปัจจุบันที่ทำให้สาว ๆ ต้องพบกับมลภาวะต่าง ๆ เจอทั้งสิ่งสกปรกและฝุ่นควัน แถมบางวันก็เจอทั้งร้อนทั้งฝน หากปล่อยให้ผิวต้องถูกทำร้ายอยู่เป็นประจำ ก็คงทำให้ผิวแห้งเสีย เกิดริ้วรอย สิว ฝ้าขึ้นเต็มตัว แล้วยิ่งช่วงนี้ก็ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว สาว ๆ อย่างเราก็ต้องหาวิธีดูแลผิวสารพัด เพื่อให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่หยาบกร้าน แต่บางครั้งเวลาที่ได้เห็นคนผิวสวย ๆ ก็อดอิจฉาไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ โดยเฉพาะสาวเกาหลีที่มีผิวดี เนียนเด้งกันซะเหลือเกิน ไม่รู้ว่ามีเคล็ดลับอะไร ถึงทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใสตลอดเวลา แถมยังขาวออร่ากระจายกันอีกต่างหาก…

แต่สาว ๆ อย่ามัวกลุ้มอกกลุ้มใจไปเลยค่ะ เพราะสาวไทยอย่างเราก็สามารถมีผิวพรรณที่ดูสุขภาพดีแบบพวกเธอได้ง่าย ๆ เพียงแค่รู้จักดูแลตัวเองและหมั่นบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยมีเคล็ดลับดูแลผิวแบบสาวเกาหลีมาฝากกัน มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าจะมีวิธีใดบ้าง…

วิธีดูแลผิว

1. ขัดผิวสม่ำเสมอ พอกผิว

สาว ๆ รู้ไหมคะว่าการขัดผิวหรือการสครับผิวนั้น จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่หมองคล้ำ เมื่อเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ก็จะช่วยให้สภาพผิวดีขึ้น และดูเปล่งปลั่งสดใสมากกว่าเดิม โดยสาว ๆ อาจใช้ใยบวบขัดผิวเบา ๆ ขณะอาบน้ำ หรือใช้สูตรขัดผิวจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น มะขาม ขมิ้นชัน หรือเกลือ ขัดผิวประมาณสัปดาห์ละครั้ง ก็จะช่วยให้ผิวของสาว ๆ ดูสุขภาพดี ทั้งยังช่วยให้ผิวดูขาวขึ้นและเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

2. ทาครีมบำรุงผิว

หลังอาบน้ำเสร็จ ควรบำรุงผิวด้วยโลชั่นทาผิว หรือครีมบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เพื่อเพิ่มความเนียนนุ่มชุ่มชื้น หรือหากสาว ๆ คนไหนที่อยากมีผิวขาวใสออร่า ก็ให้เลือกครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง ทาบำรุงเป็นประจำทุกวัน จะช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส ผิวไม่แห้ง ไม่หมองคล้ำค่ะ

วิธีดูแลผิว

3. ทาครีมกันแดด

ทาครีมกันแดดที่มี SPF สูง ๆ จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสียูวีไม่ให้ผิวคล้ำเสีย ถึงแม้ว่าวันนั้นฝนจะตก หรือแดดจะไม่ออก ก็อย่าชะล่าใจไป เพราะรังสียูวีมีอยู่ทุกที่ แม้แต่แสงไฟนีออนในห้องก็ยังสามารถทำร้ายผิวของเราได้ ดังนั้นแล้วสาว ๆ อย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน โดยทาก่อนออกแดดประมาณ 15 นาที เพื่อให้ครีมซึมซาบลงชั้นผิวอย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ

4. ทานอาหารที่มีประโยชน์

การทานอาหารบำรุงผิว เช่น ผัก-ผลไม้จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส โดยเฉพาะผัก-ผลไม้ที่มีวิตามินซี ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น ส้ม องุ่น แอปเปิล มะเขือเทศ บรอกโคลี รวมไปถึงอะโวคาโดที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ นอกจากนี้แตงกวาและมะพร้าวที่อุดมไปด้วยน้ำ ก็ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น กระจ่างใสเช่นกัน ที่สำคัญในมะพร้าวยังมีเอสโตรเจนที่สำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวพรรณกระชับ เต่งตึงอีกด้วยค่ะ

วิธีดูแลผิว

5. ทานอาหารเกาหลี เคล็ดลับบำรุงผิวชั้นดี

สาว ๆ รู้ไหมว่า อาหารเกาหลีก็เป็นอีกเคล็ดลับหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีมีผิวพรรณที่สวยดูดีได้ แต่อาหารเกาหลีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพวกปิ้งย่างเกาหลีหรอกนะคะ แต่เป็นอาหารยอดฮิตอย่าง “กิมจิ” ต่างหากล่ะ นั่นก็เพราะว่า ในกิมจิประกอบไปด้วยโพรไบโอติก วิตามินซี และเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูสุขภาพดี นอกจากนี้เครื่องดื่มอย่าง “ชาข้าวบาร์เลย์” ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระ ก็ช่วยขับสารพิษออกจากผิวให้ผิวนุ่มเด้ง และ “สาโทเกาหลี” ก็ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เพราะมีกรดอะมิโนและแร่ธาตุนั่นเอง

6. ดื่มน้ำให้มาก ๆ

เมื่อได้รับประทานอาหารที่ส่งผลดีต่อผิวพรรณไปแล้ว ก็อย่าลืมดื่มน้ำและเครื่องดื่มที่ช่วยบำรุงผิวพรรณด้วยเช่นกันนะคะ โดยเฉพาะ น้ำเปล่า ที่สาว ๆ ควรดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิว ชะลอความเหี่ยวย่น ลดความแห้งตึง ทั้งยังช่วยดีท็อกซ์ขับสารพิษจากร่างกายได้ดีอีกด้วย และยิ่งถ้าได้ดื่มน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีอยู่เป็นประจำด้วยแล้ว ก็จะยิ่งช่วยบำรุงผิวให้ดูขาวใสสุขภาพดี เปล่งประกายมีออร่ามากขึ้นค่ะ

วิธีดูแลผิว

7. พักผ่อนให้เพียงพอ

เมื่อร่างกายของเราได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพผิว ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส และดูมีน้ำมีนวลนั่นเองค่ะ

8. มีวินัยในการดูแลผิวตัวเอง

หากอยากให้ผิวพรรณของสาว ๆ ดูสุขภาพดีและสวยใสแบบสาวเกาหลีนั้น ก็ต้องหมั่นดูแลตัวเองและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ รู้จักมีวินัยให้กับตัวเอง ไม่ขี้เกียจ เพราะผิวต้องการการดูแลทุกวัน ไม่เช่นนั้นแล้ว ผิวพรรณที่สดใสก็อาจกลายเป็นผิวเสียได้ง่าย ๆ ค่ะ

หากสาว ๆ คนไหนที่อยากมีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแบบสาวเกาหลีละก็ อย่าลืมทำตามเคล็ดลับที่เราได้แนะนำไปนะคะ รับรองเลยว่าผิวของคุณสาว ๆ จะมีสุขภาพดี ไม่แพ้สาวเกาหลีเลยล่ะ ^_^

ข้อมูลจาก : allremedies.com, shape.com, effectiveremedies.com

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี ? นี่เลย 6 สูตรมาสก์หน้าจัดการหน้าแห้ง-หน้าลอกแบบธรรมชาติ

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี ใครที่กำลังมีปัญหานี้ไม่ต้องหาวิธีให้ยุ่งยาก เพราะกระปุกดอทคอมมีสูตรมาสก์หน้าดูแลผิวแห้งผิวลอกหน้าหนาวแบบธรรมชาติมาฝากกันแล้ว

ลมหนาวพัดมาแล้ว เชื่อว่าสาว ๆ คงจะรู้สึกฟินกับอากาศเย็น ๆ กันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ แต่ช้าก่อน ! อย่านิ่งนอนใจไป เพราะถึงแม้อากาศในหน้าหนาวจะเย็นสบายก็จริง แต่ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น อันเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหน้าแห้งหน้าลอกในหน้าหนาวได้ง่าย ๆ ดังนั้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาผิวที่คุณสาว ๆ จะเจอในหน้าหนาวอย่างเช่น หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี ? วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีดูแลผิวหน้าหนาวด้วยการคัดสูตรมาสก์หน้าเด็ด ๆ แบบธรรมชาติมาฝากกันแล้วค่ะ รับรองว่าจะช่วยให้สาว ๆ หายกังวลใจกับปัญหาหน้าแห้ง-หน้าลอกกันเลยล่ะ

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี

1. ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นได้ดีที่สุด โดยเฉพาะสาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาหน้าลอกจนแสบแดงในหน้าหนาว รับรองสูตรนี้ช่วยได้ค่ะ เพียงแค่นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออกเอาแต่วุ้นใส ๆ แล้วนำไปล้างให้สะอาด จากนั้นนำไปบดให้ละเอียด แล้วนำมานวด ๆ หน้าให้ทั่ว พอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออก ทันทีที่มาสก์หน้าเสร็จ จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่าผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น และหากทำบ่อย ๆ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ปัญหาหน้าลอกเป็นขุยจนแสบแดงก็จะหายไปในที่สุดค่ะ

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี

2. มะเขือเทศ แตงกวา และนมสด

นำมะเขือเทศ 1 ผล แตงกวา 1 ลูก และนมสด 1/2 ถ้วย มาปั่นเข้าด้วยกันจนได้เนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20-30 นาที เสร็จแล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น คุณสมบัติของมะเขือเทศจะทำให้ผิวหน้าของสาว ๆ กระจ่างใสขึ้น พร้อมกับได้ความชุ่มชื้นจากแตงกวาและนมสด หากทำบ่อย ๆ รับรองว่าผิวหน้าของคุณจะเนียนนุ่มแบบมีออร่าได้ตลอดหน้าหนาวเลยล่ะค่ะ

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี

3. น้ำผึ้ง และไข่แดง

สำหรับคุณสาว ๆ ที่มีปัญหาหน้าลอกเป็นขุย ไม่ต้องกังวลใจค่ะ เพียงนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และไข่แดง 1 ฟอง มาผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก จากหน้าที่ลอกเป็นขุย จะดูเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้นทันที อีกทั้งหากทำเป็นประจำจะช่วยให้หน้าแลดูอ่อนเยาว์ลงอีกด้วยนะคะ

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี

4. แตงกวา และโยเกิร์ต

นำแตงกวา 1 ลูกเล็ก มาปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นหยาบ ๆ จากนั้นนำไปผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำมาพอกผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเย็น สูตรนี้ทั้งแตงกวาและโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นมากขึ้น หากใครที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน หน้าลอก รวมถึงผิวหน้ามีความหมองคล้ำและจุดด่างดำ ลองสูตรนี้บ่อย ๆ รับรองจะไม่ผิดหวังเลยค่ะ

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี

5. อะโวคาโด น้ำผึ้ง และโยเกิร์ต

นำอะโวคาโด 1 ผล มาผ่าครึ่ง จากนั้นคว้านเอาเนื้ออะโวคาโดออกมาปั่นรวมกับ น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย ปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อละเอียด จากนั้นให้นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จากผิวหน้าที่เคยแห้งและลอก จะกลายเป็นผิวที่เนียนนุ่มน่าสัมผัส อีกทั้งยังช่วยทำให้รูขุมขนกระชับ และช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าได้ดีมากอีกด้วยนะคะ

หน้าหนาว หน้าลอกทําไงดี

6. กล้วยหอม และนมสด

ปิดท้ายด้วยสูตรมาสก์หน้าอีกหนึ่งสูตรง่าย ๆ แต่ได้ผลดีเว่อร์ อย่างกล้วยหอม และนมสด เพียงนำกล้วยหอม 1 ลูก ปอกเปลือกออกแล้วนำมาบดให้ละเอียด จากนั้นผสมนมสด 1/2 ถ้วยลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที ล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดีมาก ๆ เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าลอกหนักมาก รวมถึงผิวแห้งกร้านและหยาบกร้านก็จะช่วยฟื้นบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ใสเด้ง และกระชับขึ้นอีกด้วยค่ะ

แต่ละสูตรดูแล้วเวิร์กมาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ แถมยังเป็นวิธีดูแลผิวหน้าหน้าหนาวที่ปลอดภัยอีกด้วย เพราะเป็นสูตรธรรมชาติล้วน ๆ ซึ่งหากคุณสาว ๆ ชอบสูตรไหนก็เชิญเลือกเอาไปใช้กันได้ตามสบายเลยค่ะ รับรองว่าจะช่วยให้ใบหน้าของคุณสาว ๆ สวยเด้ง ไม่แห้ง ไม่ลอก ตลอดหน้าหนาวนี้อย่างแน่นอน

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ไขข้อข้องใจ… ดีจริงหรือไม่ ?

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ใคร ๆ ก็ว่าดี แล้วจะดีจริงไหม ? ใครที่อยากรู้ว่า ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นดีอย่างไร มาดูคำตอบกันเลยค่ะ

เข้าสู่ช่วงหน้าหนาว อากาศเย็น ๆ แบบนี้ เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนจะต้องวิ่งหนีน้ำเย็นเข้าหาน้ำอุ่นกันอย่างแน่นอน ก็แหม.. อากาศเย็นซะขนาดนี้ ถ้าจะให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเจี๊ยบอีก งานนี้คงมีแข็งหรือหน้าชากันพอดี ใช่ไหมล่ะคะ ? สำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่กำลังคิดแบบนี้ บอกเลยว่าไม่ถูกซะทีเดียว ซึ่งจริงอยู่ว่าการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจะทำให้รู้สึกสบายผิว แต่หารู้ไม่ว่าน้ำอุ่นนี่แหละเป็นตัวการสำคัญที่สามารถทำลายความชุ่มชื้นในผิวให้เสียไปได้ง่าย ๆ ยิ่งเฉพาะในหน้าหนาวแบบนี้ยิ่งเป็นสาเหตุทำให้สาว ๆ เกิดผิวแห้งกร้านและลอกเป็นขุยได้ง่าย ๆ ซึ่งต่างจากน้ำเย็น (ในอุณหภูมิห้องปกติ) ที่ถึงแม้ตอนล้างจะรู้สึกว่าเย็นหน้า ไม่ค่อยสบายผิวเท่าไร แต่ทำไมใคร ๆ ถึงบอกว่าดีและมีประโยชน์ เอาเป็นว่าใครที่กำลังอยากรู้และสงสัยว่า ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นดีอย่างไร ? วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำตอบมาบอกกันแล้วค่ะ

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

1. ช่วยกระชับรูขุมขน

น้ำเย็นนอกจากจะทำให้ผิวหน้ารู้สึกสดชื่นแล้ว ประโยชน์เด่น ๆ อีกอย่างก็คือสามารถช่วยทำให้ผิวหน้าเต่งตึง และรูขุมขนกระชับขึ้นได้ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำที่เย็นจะช่วยทำให้รูขุมขนบนผิวหน้าหดเล็กลง แต่ทั้งนี้ก็สามารถช่วยได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้นนะคะ (เพราะหลังล้างหน้าถึงแม้รูขุมขนจะกระชับขึ้น แต่ถ้าหากระหว่างวันผิวหน้าต้องเผชิญกับอากาศร้อน ๆ ก็สามารถทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้นได้ ซึ่งอยู่กับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ) ดังนั้นการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจึงไม่สามารถช่วยให้รูขุมขนเล็กลงได้ตลอดไป ซึ่งเรื่องนี้หลายคนมักเข้าใจผิดอยู่บ่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นหากล้างหน้าด้วยน้ำเย็นอย่างสม่ำเสมอ รูขุมขนก็จะคอยกระชับอยู่เสมอนั่นเองค่ะ

2. ช่วยลดสิว

สำหรับคุณสาว ๆ ที่มีปัญหาเรื่องสิวอักเสบ สิวหนอง หรือสิวผด รวมไปถึงคนที่มีรอยแดงหลังกดสิวใหม่ ๆ น้ำเย็นจะช่วยทำให้สิวยุบลงได้ง่าย และรอยแดงต่าง ๆ จะก็หายไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกันค่ะ เนื่องจากน้ำเย็นจะช่วยไปลดอุณหภูมิของผิว ทำให้อาการอักเสบต่าง ๆ ลดลง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการทำความสะอาดใบหน้าด้วยนะคะ หากทำถูกขั้นตอนและสะอาด นอกจากสิวจะหายเร็วแล้ว ยังจะช่วยป้องกันสิวใหม่ที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

3. ช่วยลดความมันบนใบหน้า

เนื่องจากการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นทำให้รูขุมขนกระชับขึ้น จึงส่งผลให้น้ำมันบนใบหน้าออกมาน้อย ดังนั้นระหว่างวันหน้าก็จะไม่ค่อยมัน ทั้งนี้สำหรับใครที่หน้ามันมาก ๆ แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นทุกเช้าและเย็น หากทำเป็นประจำจะช่วยลดความมันบนใบหน้าให้ค่อย ๆ น้อยลงได้ค่ะ

4. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน และกระจ่างใส

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าจะทำให้เลือดบริเวณหน้าไหลเวียนได้ดี และหากเลือดไหลเวียนดีก็ส่งผลให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งสดใส อีกทั้งยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวไม่แห้งตึง รวมไปถึงเมื่อรูขุมขนกระชับขึ้น ก็จะส่งผลให้ผิวหน้าของสาว ๆ ดูเรียบเนียนมากกว่าเดิม อีกทั้งยังจะช่วยลดและป้องกันริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าได้ดีอีกด้วย

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น

5. ช่วยให้แต่งหน้าได้เนียน และเครื่องสำอางติดทน

หลังล้างหน้าด้วยน้ำเย็นแล้วผิวจะกระชับ เรียบเนียน และเต่งตึง ดังนั้นหากล้างหน้าเสร็จใหม่ ๆ แล้วมาแต่งหน้า จะทำให้แต่งหน้าได้ง่ายมากขึ้น อย่างเช่น ลงรองพื้นได้เนียนกริบ เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ นอกจากนี้ยังจะทำให้เครื่องสำอางติดทนทั้งวันอีกด้วยนะคะ

ว้าว เห็นทีสาว ๆ คงจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น มาล้างหน้าด้วยน้ำเย็นกันดูแล้วล่ะค่ะ แต่น้ำเย็นในที่นี้ก็ควรจะเป็นน้ำเย็นในอุณหภูมิห้องปกตินะคะ ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดจนเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวเสียสมดุลได้ รับรองถ้าทำตามนี้แล้วละก็คุณสาว ๆ จะได้รู้แน่นอนค่ะว่าการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นนั้นจะสามารถช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้นได้ขนาดไหน ^^

show